6 แนวโน้มการตลาดที่น่าจับตามอง ในปี 2018

6 แนวโน้มการตลาดที่น่าจับตามอง ในปี 2018

เมื่อเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี 2017 หลายบริษัทอาจกำลังวุ่นวายกับการทำงานให้จบทันสิ้นปี สำหรับเจ้าของธุรกิจหรือนักวิเคราะห์เองอาจมีสิ่งที่ต้องทำมากไปกว่านั้น การสรุปสิ่งที่ทำมาทั้งหมดในปีที่ผ่านมา วิเคราะห์ความผิดพลาดในอดีต และคาดเดาทิศทางหรือสิ่งที่ควรทำในอนาคตจำเป็นสำหรับการพัฒนาธุรกิจเป็นอย่างมาก

สำหรับนักการตลาดเองก็เช่นกัน การมองแนวโน้มการตลาด (Marketing trend) การมองแนวโน้มของเส้นทางลูกค้า (Customer journey) ที่จะเกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยในการพัฒนาแผนงานที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน และเป็นการเปิดโอกาสให้กับสิ่งใหม่ ความรู้ใหม่ที่จะเข้ามาช่วยส่งเสริมการตลาดในอนาคต

แล้ว 6 เทรนด์การตลาดที่น่าจับตามองในปี 2018 นี้ มีอะไรบ้าง ลองมาดูกันว่าจะแตกต่างจากปีที่แล้วมากน้อยขนาดไหน

1. Content Marketing Distribution

เนื่องจาก Content Marketing กลายมาเป็นส่วนสำคัญของการทำการวางแผนการตลาดของทุกบริษัทและนักการตลาดในยุคดิจิตอล การที่มี content จำนวนมากถูกผลิตออกมา มันจึงเป็นเรื่องยากในการดึงดูดความสนใจจากลูกค้าก่อนคู่แข่งทางการตลาด

ทางแก้ปัญหานี้ไม่ใช่การสร้าง content เป็นจำนวนมากขึ้นหรือเร็วขึ้น แต่ที่จริงแล้วควรจะคิดถึงวิธีการในการเผยแพร่กระจายข่าวสารให้ดีกว่าเดิม มากกว่าการใช้โซเชียลในรูปแบบเดิม เนื่องจากการเข้าถึงของคน (organic reach) มีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด และในอนาคตปี 2018 มีแนวโน้มที่จะลดลงอีก ดังนั้นการวางแผนในการเผยแพร่ content (content distribution strategy)เพื่อให้ข้อความที่เราต้องการสื่อสารตรงกับความต้องการของลูกค้า เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

2. PR & Content Marketing

ในสมัยก่อน การประชาสัมพัธ์ (PR) และเรื่องของ Content Marketing เป็นเรื่องที่แยกจากกันคนละส่วน งบปนะมาณที่ใช้และเป้าหมายของงานนั้นแยกจากกันอย่างชัดเจน แต่ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไป จากการที่เป็นการเน้นในการพูดถึงชื่อแบรนด์และบริการที่บริษัทกำลังทำ มาเป็นการนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดี สร้างความน่าเชื่อถือ และทำให้ลดความรู้สึกที่ไม่ดีเกี่ยวกับการพูดถึงแต่แบรนด์กับการโฆษณา

เมื่อข้อความรวมเข้ากับตัว content จะทำให้การประชาสัมพันธ์และเป้าหมายทางการตลาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นมันจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญมากในปี 2018 ที่จะต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องกันของทั้ง 2 อย่างนี้

3. Authenticity in marketing

ปัจจุบันเราอยู่ในยุคที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย รวดเร็ว และมีปริมาณที่มากมายมหาศาล ซึ่งในมุมหนึ่งผู้คนมองว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า หรือเป็นช่องทางในการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าไว้ แต่ในทางกลับกัน การเพิ่มขึ้นของปริมาณข้อมูลที่อยู่บนสื่อออนไลน์นั้นทำให้ความถูกต้องของเนื้อหา ความน่าเชื่อถือในบางสิ่งลดลง ตัวอย่างเช่นในการทำธุรกิจแบบ B2B อาจจะเป็นไปได้ยากในการทำทุกอย่างผ่านสื่อออนไลน์ เนื่องด้วยบริษัทเองต้องการความน่าเชื่อถือ การยืนยันตัวตน ดังนั้นการคุยกันเป็นเห็นหน้า (face-to-face communication) ยังคงเป็นสิ่งที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวบริษัทได้ดี

“เนื่องมาจากการที่ความน่าเชื่อถือของสื่อต่างๆ สามารถถูกบิดเบือนได้ง่าย ดังนั้นผู้คนส่วนหนึ่งมักเลือกที่จะตามหาความจริงโดยการพูดคุยแบบต่อหน้าด้วยตนเอง” Rohit Bhargava เจ้าของ The Non-Obvious Company

ดังนั้นหากคุณอยู่ในธุกรกิจที่หัวใจหลักอยู่ที่การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า อย่าลืมว่าการเจอกันแบบต่อหน้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดกิจกรรม การนัดพบเฉพาะกลุ่ม member นั้นเป็นส่วนที่จะช่วยรักษาความสัมพันธ์ ความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างมาก

4. Chatbots

การใช้ Chatbots เริ่มจะเห็นได้มากขึ้น โดยเฉพาะการใช้งานร่วมกับ social media ไม่ว่าจะเป็น Facebook Messenger, Line@ หรือ Live chat เนื่องจากฟังก์ชันการใช้งานที่ทำให้สามารถรับมือกับลูกค้าได้ทุกเวลา สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ทันที และเพิ่มประสบการณ์ที่ดี (Customer Experience) ที่ลูกค้าได้พบเจออีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นในปัจจุบันมีเครื่องมือสำเร็จรูปมากมายที่ช่วยให้เราสามารถสร้าง Chatbots ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องโปรแกรมระดับสูง เพียงมีความรู้เบื้องต้นในการใช้งานคอมพิวเตอร์ ก็สามารถใช้งานได้ ดังนั้น Chatbots จะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญมากต่อบริษัทที่เน้นการบริการเป็นหัวใจหลัก

5. Voice search

Voice search หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “Siri” ของระบบ IOS หรือจะเป็น ฟังก์ชัน “OK, Google” ของทาง Google เป็นสิ่งที่ผู้นกำลังให้ความสนใจกันมากขึ้น จากการสำรวจของประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้คนจำนวนมากขึ้นที่เริ่มใช้งานระบบสั่งการด้วยเสียง และคาดว่าในปี 2020 จะมีคนเกินกว่า 50% ที่จะใช้งานฟังก์ชั่นนี้ ซึ่งอาจมีผลต่อการทำการตลาดที่เกี่ยวกับ Search engine ในอนาคต เนื่องจากการสั่งการด้วยเสียงสามารถทำให้เราหาข้อมูลประเภท Long-tail keyword ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

แม้ในปัจจุบันการใช้งานระบบสั่งการด้วยเสียงในภาษาไทย อาจยังไม่ค่อยมีประสิทธิภาพมากนัก แต่ในอนาคตการพัฒนาของเทคโนโลยี และการพัฒนาของประเทศที่จะนำไปสู่การใช้งานภาษาอังกฤษที่มากขึ้น ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่า Voice search อาจกลายเป็นสิ่งที่เข้ามามีบทบาทต่อนักการตลาดมากขึ้นในอนาคต

6. Video content

คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าวิดีโอเป็นสิ่งที่ดึงดูความสนใจของคนได้มากกว่าการโพสข้อความปกติทั่วไป โดยผู้คนประมาณ 55% นั้นบริโภคข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบของวิดีโอ ซึ่งมีการคาดการ์ณว่าอาจขึ้นไปถึง 80% ในปี 2022

ดังนั้นบริษัทส่วนใหญ่ควรนำ video content เข้ามาอยู่ในแผนงานการตลาดที่จะทำในอนาคต แม้ว่าในสมัยก่อนอาจจะต้องใช้เงินในการลงทุนจำนวนมากในการทำวิดีโอขึ้น แต่การเริ่มทำวิดีโอในปัจจุบันเริ่มจะมีทางเลือกมากขึ้น ทำให้สามารถลดต้นทุนให้เหมาะสมกับสิ่งที่เรากำลังจะทำได้

Source

 

สนใจหาผู้ทำ Outsource Call Center สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่ บริการ Outsource call center

ติดตามข่าวสาร บทความเพิ่มเติมที่นี่ News & Article